จี้คุมผลิตเหล็กเส้นจากเตา IF เพิ่มกระบวนการลดกำมะถันสกัดปนเปื้อน.

16 มกราคม 2569
จี้คุมผลิตเหล็กเส้นจากเตา IF เพิ่มกระบวนการลดกำมะถันสกัดปนเปื้อน.

วิกฤตเหล็กเส้นยังหลอกหลอนอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการกุมขมับ หลังมาตรฐาน มอก.ฉบับใหม่ยังไม่คลอด ปล่อยผี 11 โรงงานที่ใช้เตา IF ไร้กระบวนการทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ ทำเหล็กปนเปื้อน ตกมาตรฐานผลิตขายท่วมตลาด วอนรัฐเร่งหามาตรการป้องกันก่อนเกิดเหตุซ้ำรอย ขณะที่ สมอ.ยันรับฟังข้อมูลรอบด้าน

นายบัณฑูรย์ จุ้ยเจริญ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในงานสัมมนาอุตสาหกรรมเหล็กและมาตรฐานเหล็กเส้น สำหรับงานก่อสร้างไทย : อดีต ปัจจุบัน อนาคตที่สังคมต้องรู้ ว่าสถานการณ์การผลิตเหล็กเส้นและการใช้งานเหล็กเส้นในประเทศไทย ยังคงเป็นปัญหาที่สะสมมานานหลายปี ไม่เพียงการผลิตที่ลดลงในปี 2567 ที่เหลือเพียง 3.1 ล้านตัน เป็นการผลิตจากเตาหลอม Induction Furnace (IF) ถึง 1.6 ล้านตัน (51.6%) เตาไฟฟ้า Electric Arc Furnace (EAF) 1.2 ล้านตัน (38.7%) เป็น Billet นำเข้า 0.3 ล้านตัน เพื่อมารีดเป็นเหล็กเส้น

และแม้ในปี 2568 สถานการณ์เริ่มดีขึ้น โดยการผลิตเพิ่มเป็น 3.35 ล้านตัน ผลิตจากเตา IF เหลือ 1.13 ล้านตัน (33.7%) เตา EAF 1.57 ล้านตัน (46.8%) โดยมีการนำเข้า Billet เพิ่มเป็น 0.65 ล้านตัน มารีดเป็นเหล็กเส้นทดแทนโรงงานที่ถูกปิดเนื่องจากทำไม่ถูกต้องตามมาตรฐานฉบับปัจจุบัน ที่กำหนดในเรื่องคุณสมบัติเหล็ก และการจัดการสิ่งแวดล้อม ขณะที่ผู้ใช้งานหลายหน่วยงานภาครัฐ ได้รับรู้ถึงความแตกต่างระหว่างเหล็ก T และ Non T จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพเหล็กเส้นมากขึ้น แต่ปัญหายังไม่สามารถสะสมหรือมีนโยบายระยะยาวที่จะปกป้องคุ้มครองอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศได้แบบยั่งยืน

สิ่งที่กลุ่มเหล็กพยายามเรียกร้องต่อรัฐมาโดยตลอด ไม่เพียงถูกเพิกเฉยแต่ยังไม่เห็นการเร่งขั้นตอนมาตรฐาน มอก.เหล็กเส้น เพราะใน มอก. เดิมไม่มีการควบคุมกระบวนที่ทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ (Refining Process) อย่างเหมาะสม ด้วยการใช้เตาปรุงเพื่อลดฟอสฟอรัส ลดกำมะถัน สารฝังใน ให้เหล็กสะอาดไม่สกปรก เพราะนั่นคือปัญหาหลักที่เป็นต้นตอทำให้เหล็กไม่มีคุณภาพเมื่อนำมาใช้งาน

“ถามว่าเราไม่ต้องคุมที่กระบวนการผลิตได้หรือไม่ถ้าหากปลายทางเหล็กมันได้มาตรฐาน ตอบว่าในอดีตทำได้แต่ตอนนี้ไม่ควรทำ ที่เราต้องคุมที่กระบวนการด้วยเพราะป้องกันความผิดพลาด เพราะเรารู้ว่าผู้ผลิตเขาไม่ทำตามข้อกำหนดแน่นอน และปลายทางเราไม่สามารถตรวจได้ทุกชิ้น คงต้องมีหลุดไปถึงผู้บริโภคแน่นอน ดังนั้นการคุมที่กระบวนการจะสร้างความมั่นใจที่สุดว่าทุกขั้นตอนได้มาตรฐาน ได้ใช้เหล็กที่ปลอดภัยทุกเส้น”

ในอดีต มอก.เหล็กเส้น กำหนดให้ใช้เตา EAF ในกระบวนการผลิตเท่านั้น ซึ่งจะมีขีดความสามารถในการป้องกันการเกิดข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด (Defect) ในตั้งแต่การผลิตขั้นสูง เนื่องจากการใช้ออกซิเจนที่พ่นในน้ำเหล็กทำให้ฟอสฟอรัสลดลงมาก กระบวนการเทน้ำเหล็กมีการแยกสิ่งสกปรกออก และกระบวนการ Refining จะถูกบังคับด้วยวิธีการของตัวเองอยู่แล้ว นั่นคือการใช้ออกซิเจนด้วยเตาปรุง

แต่เมื่อมีการแก้ไข มอก.เหล็กเส้น ปลายปี 2559 มีการเปิดกว้างให้ทุกกระบวนการอะไรก็ได้ แต่ให้เป็นการตกลงกันเองระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย การเปลี่ยนแปลงตรงนี้เกิดข้อกำหนดขึ้นที่ต้องไปกำกับที่กระบวนการอื่นเพิ่มเติม ไม่ได้ระบุว่าต้องทำ แต่ระบุว่าเศษเหล็กต้องคัดแยกที่ดี ตรวจสอบคุณภาพน้ำเหล็กทุกขั้นตอน ต้องทำน้ำเหล็กให้บริสุทธิ์

ดังนั้น สิ่งที่กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กต้องการ คือ โรงงานต้องนำเสนอกระบวนการทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ที่เทียบเท่าเตาปรุง โดยต้องนำเสนอกรรมวิธีในการลดฟอสฟอรัส ลดกำมะถัน และปรับแต่งค่าส่วนประกอบทางเคมี ขจัดสารฝังในได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้คณะกรรมการวิชาการของ สมอ.พิจารณาข้อเท็จจริงทางเทคนิคเพื่อให้ความเห็นชอบตามเจตนารมณ์ของ มอก. เหล็กเส้นฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการจัดทำ

นอกจากนี้ ยังคัดค้านการอนุญาตให้มีการผลิตเหล็กเส้นโดยไม่มีกระบวนการทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จำเป็นต้องเร่งแก้ไขเกณฑ์มาตรฐานเหล็กเส้นให้เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในงานโครงสร้างอาคาร และสร้างจุดแข็งของไทยคือการผลิตผ่านเตาไฟฟ้า (EAF) ซึ่งมีการปล่อยคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับมาตรการ CBAM ของยุโรป ที่เริ่มจัดเก็บภาษีจริงในปี 2569 และรัฐต้องการให้รัฐเข้มงวดกับมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) และการหลบเลี่ยงภาษี (AC) เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมด้วยเช่นกัน

นายวิกรม วัชรคุปต์ ประธานคณะกรรมการวิชาการ คณะที่ 84 กล่าวว่า การใช้เตา IF ที่ว่าสกปรกนั้นเปรียบเทียบให้เห็นชัด ๆ เหมือนการต้มน้ำชาในหม้อ พอเดือดแล้วมันจะมีฟองมีเศษชาลอยอยู่ ด้วยเตา IF เวลาเทน้ำออกจากด้านบนมันไม่มีตัวกรองเศษชามันก็จะปนมาในน้ำด้วย ถ้าเป็นน้ำเหล็กก็จะมีเศษตะกอนไหลมาปนเวลานำเหล็ก ผ่าดูจะเห็นเศษพวกนี้ปนในเนื้อเหล็ก นี่คือความสกปรกที่ทำให้เหล็กด้อยคุณภาพ เตา IF จึงถูกกำหนดให้ต้องใช้เศษเหล็กที่สะอาดมาหลอม แต่มันเป็นไปได้ยากที่ 11 โรงงานที่ใช้เตา IF จะนำเศษเหล็กที่สะอาด 100% อย่างไรก็ตาม ต้องมีเศษดินเศษทรายปนมาอยู่แล้ว ซึ่งมันจะสะอาดยาก

นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมอ.ไม่ได้นิ่งนอนใจและรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ ทั้งการถูกทุ่มตลาด การแข่งขันราคา และเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัย ที่ สมอ.กำลังเร่งจัดทำมาตรฐาน มอก.เหล็กเส้นฉบับใหม่ขึ้นมา เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กและผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกทางให้ได้มากที่สุด ขั้นตอนต่าง ๆ จำเป็นต้องรับฟังข้อมูลจากทุกหน่วยงานเพื่อให้ครอบคลุมไม่ตกหล่น


แหล่งที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.