
วิกฤตเหล็กเส้นยังหลอกหลอนอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการกุมขมับ หลังมาตรฐาน มอก.ฉบับใหม่ยังไม่คลอด ปล่อยผี 11 โรงงานที่ใช้เตา IF ไร้กระบวนการทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ ทำเหล็กปนเปื้อน ตกมาตรฐานผลิตขายท่วมตลาด วอนรัฐเร่งหามาตรการป้องกันก่อนเกิดเหตุซ้ำรอย ขณะที่ สมอ.ยันรับฟังข้อมูลรอบด้าน
นายบัณฑูรย์ จุ้ยเจริญ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในงานสัมมนาอุตสาหกรรมเหล็กและมาตรฐานเหล็กเส้น สำหรับงานก่อสร้างไทย : อดีต ปัจจุบัน อนาคตที่สังคมต้องรู้ ว่าสถานการณ์การผลิตเหล็กเส้นและการใช้งานเหล็กเส้นในประเทศไทย ยังคงเป็นปัญหาที่สะสมมานานหลายปี ไม่เพียงการผลิตที่ลดลงในปี 2567 ที่เหลือเพียง 3.1 ล้านตัน เป็นการผลิตจากเตาหลอม Induction Furnace (IF) ถึง 1.6 ล้านตัน (51.6%) เตาไฟฟ้า Electric Arc Furnace (EAF) 1.2 ล้านตัน (38.7%) เป็น Billet นำเข้า 0.3 ล้านตัน เพื่อมารีดเป็นเหล็กเส้น
และแม้ในปี 2568 สถานการณ์เริ่มดีขึ้น โดยการผลิตเพิ่มเป็น 3.35 ล้านตัน ผลิตจากเตา IF เหลือ 1.13 ล้านตัน (33.7%) เตา EAF 1.57 ล้านตัน (46.8%) โดยมีการนำเข้า Billet เพิ่มเป็น 0.65 ล้านตัน มารีดเป็นเหล็กเส้นทดแทนโรงงานที่ถูกปิดเนื่องจากทำไม่ถูกต้องตามมาตรฐานฉบับปัจจุบัน ที่กำหนดในเรื่องคุณสมบัติเหล็ก และการจัดการสิ่งแวดล้อม ขณะที่ผู้ใช้งานหลายหน่วยงานภาครัฐ ได้รับรู้ถึงความแตกต่างระหว่างเหล็ก T และ Non T จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพเหล็กเส้นมากขึ้น แต่ปัญหายังไม่สามารถสะสมหรือมีนโยบายระยะยาวที่จะปกป้องคุ้มครองอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศได้แบบยั่งยืน
สิ่งที่กลุ่มเหล็กพยายามเรียกร้องต่อรัฐมาโดยตลอด ไม่เพียงถูกเพิกเฉยแต่ยังไม่เห็นการเร่งขั้นตอนมาตรฐาน มอก.เหล็กเส้น เพราะใน มอก. เดิมไม่มีการควบคุมกระบวนที่ทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ (Refining Process) อย่างเหมาะสม ด้วยการใช้เตาปรุงเพื่อลดฟอสฟอรัส ลดกำมะถัน สารฝังใน ให้เหล็กสะอาดไม่สกปรก เพราะนั่นคือปัญหาหลักที่เป็นต้นตอทำให้เหล็กไม่มีคุณภาพเมื่อนำมาใช้งาน
“ถามว่าเราไม่ต้องคุมที่กระบวนการผลิตได้หรือไม่ถ้าหากปลายทางเหล็กมันได้มาตรฐาน ตอบว่าในอดีตทำได้แต่ตอนนี้ไม่ควรทำ ที่เราต้องคุมที่กระบวนการด้วยเพราะป้องกันความผิดพลาด เพราะเรารู้ว่าผู้ผลิตเขาไม่ทำตามข้อกำหนดแน่นอน และปลายทางเราไม่สามารถตรวจได้ทุกชิ้น คงต้องมีหลุดไปถึงผู้บริโภคแน่นอน ดังนั้นการคุมที่กระบวนการจะสร้างความมั่นใจที่สุดว่าทุกขั้นตอนได้มาตรฐาน ได้ใช้เหล็กที่ปลอดภัยทุกเส้น”
ในอดีต มอก.เหล็กเส้น กำหนดให้ใช้เตา EAF ในกระบวนการผลิตเท่านั้น ซึ่งจะมีขีดความสามารถในการป้องกันการเกิดข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด (Defect) ในตั้งแต่การผลิตขั้นสูง เนื่องจากการใช้ออกซิเจนที่พ่นในน้ำเหล็กทำให้ฟอสฟอรัสลดลงมาก กระบวนการเทน้ำเหล็กมีการแยกสิ่งสกปรกออก และกระบวนการ Refining จะถูกบังคับด้วยวิธีการของตัวเองอยู่แล้ว นั่นคือการใช้ออกซิเจนด้วยเตาปรุง
แต่เมื่อมีการแก้ไข มอก.เหล็กเส้น ปลายปี 2559 มีการเปิดกว้างให้ทุกกระบวนการอะไรก็ได้ แต่ให้เป็นการตกลงกันเองระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย การเปลี่ยนแปลงตรงนี้เกิดข้อกำหนดขึ้นที่ต้องไปกำกับที่กระบวนการอื่นเพิ่มเติม ไม่ได้ระบุว่าต้องทำ แต่ระบุว่าเศษเหล็กต้องคัดแยกที่ดี ตรวจสอบคุณภาพน้ำเหล็กทุกขั้นตอน ต้องทำน้ำเหล็กให้บริสุทธิ์
ดังนั้น สิ่งที่กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กต้องการ คือ โรงงานต้องนำเสนอกระบวนการทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ที่เทียบเท่าเตาปรุง โดยต้องนำเสนอกรรมวิธีในการลดฟอสฟอรัส ลดกำมะถัน และปรับแต่งค่าส่วนประกอบทางเคมี ขจัดสารฝังในได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้คณะกรรมการวิชาการของ สมอ.พิจารณาข้อเท็จจริงทางเทคนิคเพื่อให้ความเห็นชอบตามเจตนารมณ์ของ มอก. เหล็กเส้นฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการจัดทำ
นอกจากนี้ ยังคัดค้านการอนุญาตให้มีการผลิตเหล็กเส้นโดยไม่มีกระบวนการทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จำเป็นต้องเร่งแก้ไขเกณฑ์มาตรฐานเหล็กเส้นให้เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในงานโครงสร้างอาคาร และสร้างจุดแข็งของไทยคือการผลิตผ่านเตาไฟฟ้า (EAF) ซึ่งมีการปล่อยคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับมาตรการ CBAM ของยุโรป ที่เริ่มจัดเก็บภาษีจริงในปี 2569 และรัฐต้องการให้รัฐเข้มงวดกับมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) และการหลบเลี่ยงภาษี (AC) เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมด้วยเช่นกัน
นายวิกรม วัชรคุปต์ ประธานคณะกรรมการวิชาการ คณะที่ 84 กล่าวว่า การใช้เตา IF ที่ว่าสกปรกนั้นเปรียบเทียบให้เห็นชัด ๆ เหมือนการต้มน้ำชาในหม้อ พอเดือดแล้วมันจะมีฟองมีเศษชาลอยอยู่ ด้วยเตา IF เวลาเทน้ำออกจากด้านบนมันไม่มีตัวกรองเศษชามันก็จะปนมาในน้ำด้วย ถ้าเป็นน้ำเหล็กก็จะมีเศษตะกอนไหลมาปนเวลานำเหล็ก ผ่าดูจะเห็นเศษพวกนี้ปนในเนื้อเหล็ก นี่คือความสกปรกที่ทำให้เหล็กด้อยคุณภาพ เตา IF จึงถูกกำหนดให้ต้องใช้เศษเหล็กที่สะอาดมาหลอม แต่มันเป็นไปได้ยากที่ 11 โรงงานที่ใช้เตา IF จะนำเศษเหล็กที่สะอาด 100% อย่างไรก็ตาม ต้องมีเศษดินเศษทรายปนมาอยู่แล้ว ซึ่งมันจะสะอาดยาก
นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมอ.ไม่ได้นิ่งนอนใจและรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ ทั้งการถูกทุ่มตลาด การแข่งขันราคา และเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัย ที่ สมอ.กำลังเร่งจัดทำมาตรฐาน มอก.เหล็กเส้นฉบับใหม่ขึ้นมา เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กและผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกทางให้ได้มากที่สุด ขั้นตอนต่าง ๆ จำเป็นต้องรับฟังข้อมูลจากทุกหน่วยงานเพื่อให้ครอบคลุมไม่ตกหล่น